Labels

  • 1 (1)

Archives

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Apple เล็งพัฒนา iPhone จอยักษ์?



iPhone จอยักษ์ - ข่าวเกี่ยวกับ iPhone รุ่นต่อไปเริ่มลือหึ่งอีกระลอก แต่คราวนี้สวิงไปอีกทาง ซึ่งก่อนหน้านี้ เพิ่งมีข่าวออกมาว่า Apple เตรียมเปิดตัว iPhone ราคาถูกที่มาพร้อมกับเคสหลากสีสัน โดยอ้างอิงสีจากบัมพ์เปอร์ แต่ข่าวดังกล่าวอาจจะฟังดูธรรมดาทันที เมื่อสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างว่า แหล่งข่าวเผย Apple กำลังพิจารณาที่จะผลิต iPhone ทีมาพร้อมกับจอแสดงผลทีใหญ่กว่าปัจจุบันขึ้นไปอีก
อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวที่อยู่ในวงการผลิตชิ้นส่วนในประเทศแถบอาเซียนระบุว่า Apple กำลังพิจารณาที่จะทำ iPhone ที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยรุ่นหนึ่งจะมีหน้าจอขนาด 4.7" และอีกรู่นจะเป็น iPhone ทีมาพร้อมกับหน้าจอที่ใหญ่ถึง 5.7" (ใหญ่กว่า note 2 เล็กน้อย) อย่างไรก็ตาม ข่าวลือที่ออกมาอ้างว่า มันอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาเท่านั้น อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่า เราจะได้มีโอกาสได้พกพา และใช้งาน iPhone ที่มีขนาดใหญ่เท่า Galaxy Note เนื่องจากยังไม่ได้มีการตัดสินใจ หรือฟันธงลงไปอย่างชัดเจน
สำหรับการที่ iPhone รุ่นใหม่อาจจะมีการเสนอขนาดหน้าจอทีใหญ่ขึ้นกว่าเดิมนั้น มีสาเหตุมาจากความต้องการที่จะเกาะกระแสตลาดกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่เรียกว่า Phablet เช่นเดียวกับ Samsung ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในตลาดด้วย Galaxy Note I/II แถมยังมีข่าวว่า Note 3 ที่ออกมาจะมีจอใหญ่ขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามข้อมูลที่แหล่งข่าวอ้างมานั้น iPhone ที่ใช้จอ 4.7" อาจจะไม่พิจารณาว่าเป็น phablet แต่สำหรับรุ่นที่จอใหญ่ถึง 5.7" จะเข้าไปอยู่ในกลุ่ม Phablet ทันที อนึ่ง Sony เองก็เพิ่งจะมีภาพหลุดของสมาร์ทโฟน Xperia Z Ultra (Togari) Phablet ที่หลายคนกำลังให้ความสนใจเมื่อสองสามวันทีผ่านมานี้เอง

10 หลักวิธีคิดต่าง ของ Apple

10 หลักวิธีคิดต่าง ของ Apple
เทคนิคหรือแนวคิดดีๆ ที่จะทำให้ธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ประสบความสำเร็จ อย่างที่ทราบกันว่าพนักงานทั้งหมดของ Apple จะได้รับการปลูกฝังให้คุ้นเคยกับคำว่า Think different หรือ คิดต่าง ซึ่งความคิดนี้เองที่ส่งผลให้ธุรกิจของ Apple เติบโตจนประสบความสำเร็จในระดับโลกจนถึงทุกวันนี้ มีนักเขียนอาวุโสในวงการไอที สตีฟ โทบัค ได้สรุป 10 หลักวิธีคิดต่าง ของ Apple ดังนี้
1. ปลูกฝังให้พนักงานคิดต่าง - สตีฟ จอบส์ พูดอยู่เสมอว่า เราต้องคิดต่างจากคนอื่น และเขาก็เชื่อว่าพนักงานของ Apple ทำได้
2. ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อย - พนักงานของ Apple ทุกคนจะสนุกกับการทำงาน และอยู่กับแบบไร้กฏระเบียบ แต่งานจะต้องเสร็จเรียบร้อย
3. รักและใส่ใจกับผู้ที่ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
4. ทำทุกสิ่งที่สำคัญ และต้องทำจากใจ - การทำงานของ Apple จะไม่มีการแยกฝ่ายอย่างชัดเจน ทุกอย่างต้องทำภายใต้ความรับผิดชอบร่วมกัน
5. ดูแลการตลาดอย่างใกล้ชิด - จอบส์ ให้ความสำคัญเรื่องการตลาดมากจึงมีทีมการตลาดเป็นของตัวเอง โดยที่ไม่จ้างบริษัทอื่น
6. ควบคุมสารที่จะสื่อถึงผู้บริโภค - Apple จะใช้วิธีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ต่างไปจากบริษัทไอทีอื่นๆ อย่างชัดเจน
7. สิ่งเล็กน้อยอาจสร้างความต่างที่ยิ่งใหญ่ได้
8. อย่าปล่อยให้คนทำงานแบบเดิมๆ - ต้องให้พนักงานทำงานให้ดีขึ้น โดยจอบส์ ได้กล่าวไว้ว่า หน้าที่หลักของเขาคือการผลักดันให้พนักงานทุกคนก้าวหน้า 
จึงไม่แปลกที่เขาจะใส่ใจพนักงานโดยการสั่งอาหารดีดีให้ระหว่างที่ทุกคนทำงานอย่างหนัก
9. เมื่อคุณเห็นว่าสิ่งนั้นทำแล้วได้ผล จงทำต่อไปเรื่อยๆ - Apple เป็นบริษัทที่ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดและพัฒนาล้ำหน้ากว่าบริษัทอื่นๆ
10. จอบส์ เคยกล่าวไว้ในงานวันรับปริญญา ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดว่า"อย่าปล่อยให้เสียงของคนอื่นดังกว่าความคิดของตัวเอง" 
ดังนั้นไม่ว่าความคิดของเราจะแตกต่างจากคนอื่นแค่ไหน ก็จงเชื่อมั่นต่อความคิดตนเองและทำต่อไป

ซัมซุง ถูกตัดสินว่า ละเมิดสิทธิบัตรการเลือกข้อความของ Apple


 ถูกตัดสินว่า ละเมิดสิทธิบัตรการเลือกข้อความของ Apple
ยังคงมีคดีฟ้องร้องด้าน สิทธิบัตรกันอย่างต่อเนื่องครับ ระหว่าง 2 บริษัทมือถือยักษ์ใหญ่ของโลก นั่นก็คือ Apple และซัมซุง ซึ่งล่าสุด ทาง ITC ในสหรัฐฯ ได้ตัดสินให้ ซัมซุง มีความผิดฐานละเมิด สิทธิบัตรการเลือกข้อความ (text selection) ของ Apple 
โดยคดีสิทธิบัตรดัง กล่าว ถูกตัดสินเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนในเร็วๆ นี้ครับ ซึ่งซัมซุงนั้น อาจถูกระงับการนำเข้าจำหน่าย มือถือซัมซุง หลายรุ่นในสหรัฐฯ อย่างเช่น สินค้าในตระกูล Galaxy รวมไปถึง Nexus แต่คำตัดสินอย่างเป็นทางการ จะถูกประกาศออกมาอีกครั้ง ในเดือนสิงหาคมนี้
นอกจากคดีสิทธิบัตร การเลือกข้อความแล้ว ทาง ITC ยังได้ตัดสินอีกคดีก็คือ สิทธิบัตรเรื่องการตรวจสอบอุปกรณ์เมื่อมีการเชื่อมต่อผ่านช่องเสียบหูฟัง ซึ่งซัมซุง ได้รับการตัดสินว่า ไม่ละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าว

แอปเปิลก้นร้อน เจรจาซื้อหุ้นคืนจากมหาเศรษฐีจอมแสบ หลังเก็งกำไร-เป็นผู้ถืออันดับหนึ่ง


แอปเปิลก้นร้อน เจรจาซื้อหุ้นคืนจากมหาเศรษฐีจอมแสบ หลังเก็งกำไร-เป็นผู้ถืออันดับหนึ่ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมว่า นายคาร์ล ไอคาห์น อภิมหาเศรษฐีนักลงทุน อ้างว่า เขาได้ซื้อในจำนวนมาก ในราคาที่ "ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก" 

และต้องการให้แอปเปิลซื้อหุ้นดังกล่าวกลับไปในราคาที่แพงกว่าที่เขาซื้อ และว่า เขาได้รับการติดต่อจากนายทิม คุ้ก ผู้บริหารของแอปเปิล ซึ่งมีแผนที่จะหารือกับเขาในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่แอปเปิลได้ออกแถลงการณ์ว่า แอปเปิลยอมรับถึงการให้ดอกเบี้ยและการลงทุนจากผู้ซื้อหุ้นทุกคน และทิม คุ้ก ได้หารือกับนายไอคาห์น อย่างสร้างสรรค์แล้ว
ด้านสื่อสหรัฐอ้างว่า นายไอคาห์นได้ซื้อหุ้นแอปเปิลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และผงาดกลายเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งของแอปเปิล โดยขณะที่การประกาศของนายไอคาห์น ได้ส่งผลให้หุ้นของแอปเปิลเพิ่มมูลค่า และปิดตัวขึ้นมา 4.75 เปอร์เซ็นต์ หรือหุ้นละ 489.57 ดอลลาร์ นอกจากนี้ สื่อสหรัฐอ้างด้วยว่า นายแม็คเคนคาดว่าหุ้นของแอปเปิลจะพุ่งเป็น 700 ดอลลาร์ต่อหุ้นอีกรอบ หากแอปเปิลบรรลุการซื้อคืนหุ้นจากเขา

สำหรับนายไอคาห์นเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นนักลงทุนที่เล่นหุ้นสไตล์ดุดันก้าวร้าว และมีบทบาทในการกว้านซื้อหุ้นใหญ่ๆ ของกิจการต่างๆ และบีบให้ทีมบริหารของกิจการนั้นๆ ต้องเปลี่ยนทิศทางและนโยบายของบริษัท นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทในการขัดขวางไม่ให้นายไมเคิล เดลล์ เจ้าของกิจการเดลล์ ซื้อหุ้นกิจการของตัวเองคืนด้วย โดยเขาโน้มน้าวผู้ถือหุ้นว่า เขามีแผนที่จะทำให้หุ้นเดลล์มีผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นมากกว่านายไมเคิล เดลล์

Apple อาจตัดสินใจหยุดผลิต iPhone 5


ในขณะที่ข่าวคราว iPhone 5S กับ iPhone low cost หรือ iPhone Lite ยังตลบอบอวลไปด้วยเรื่องที่ลือทั้งนั้น ระหว่างนี้เองผู้ใช้หรือที่กำลังจะสนใจเปลี่ยนมาเป็น iPhone 5 อาจจะต้องสะดุ้งเล็กน้อย เพราะ Apple อาจตัดสินใจหยุดการผลิต iPhone 5

รายงานจาก ETNews ระบุว่า Apple อาจยุติการผลิต iPhone 5 หลังเปิดตัว iPhone 5S และ iPhone Lite ไปแล้ว สาเหตุเชื่อว่าน่าจะมาจากกระบวนการผลิตหน้าจอทัชสกรีนที่เรียกว่า In-Cell Display Technology บน iPhone 5 ที่มีความยุ่งยาก เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย และเป็นเทคโนโลยีที่แตกต่างไปจากการผลิต iPhone 4S แถมมันจะไม่คุ้มค่ากับการผลิตในปริมาณที่น้อยลง สอดคล้องกับการมาของ iPhone Lite ที่ลือกันว่าลอกดีไซน์มาจาก iPhone 5 แต่จะเปลี่ยนฝาหลังจากอลูมิเนียมมาเป็นพลาสติกแทน และหนาขึ้นเล็กน้อย ทำให้ Apple อาจมองว่าหนึ่งในวิธีผลักดัน iPhone รุ่นประหยัดจึงน่าจะเป็นการยุติการผลิต iPhone 5 ไปเสียเลย
อีกประเด็นสำคัญคือการมาของ iPhone 5S ซึ่ง Apple เชื่อว่าจะสามารถ iPhone ระดับไฮเอนด์ที่เข้ามาสร้างยอดขายแซงหน้า iPhone 5 ได้อย่างแน่นอน จากปัจจุบันที่ iPhone 5 เป็นผลิตภัณฑ์พกพาของ Apple ที่ขายดีที่สุด ตามมาด้วย iPhone 4S
นอกจาก iPhone 5 มีอาจจะยุติการผลิตแล้ว ข่าวก่อนหน้านี้ยังมีการพูดถึง iPhone 4/4S ด้วยว่าจะยกเลิกการผลิตเช่นกัน อันเนื่องมาจากความต้องการของ Apple ที่ต้องการสร้างมาตรฐานของอุปกรณ์เสริมให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมดด้วย

Apple เข้าซื้อบริษัท Embark

Apple เข้าซื้อบริษัท Embark ทำแผนที่ขนส่งสาธารณะ ยกระดับให้ Apple Maps


[26-สิงหาคม-2556] Apple ยังคงปรับปรุงและพัฒนา Apple Maps ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอยู่อย่างต่อเนื่องครับ โดยล่าสุด Apple ได้ยืนยันการเข้าซื้อกิจการของบริษัท Embark บริษัททำแผนที่ขนส่งสาธารณะในสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับแอพพลิเคชั่น Embark นั้น นอกจากจะดูเส้นทางการเดินรถสาธารณะ หรือ รถเมล์ ได้แล้ว ยังสามารถดูรถไฟได้ด้วย โดยอ้างอิงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งคาดกันว่า Apple จะนำเทคโนโลยีของ Embark เข้าไปใช้บน Apple Maps และเปิดตัวความสามารถใหม่ในเร็วๆ นี้ครับ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ป๋าวอซ Steve Wozniak ชี้ Apple กำลังสูญเสีย "ความโดดเด่น" ของผลิตภัณฑ์ แนะ BlackBerry ให้ใช้ Android




แม้ว่า ป๋าวอซ Steve Wozniak อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Apple ร่วมกับ Steve Jobs จะเป็น แฟนตัวยง ของผลิตภัณฑ์จาก Apple ทั้ง iPhone หรือ iPad ก็ตาม แต่นับจากที่ Steve Jobs ได้ลาโลกนี้ไป ก็ดูเหมือนว่า ป๋าวอซ Steve Wozniak จะออกมาวิจารณ์ผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงแนวคิดของ Apple อยู่บ่อยครั้ง และล่าสุด Steve Wozniak ได้ออกมาเผยว่า Apple กำลังเข้าขั้นเสี่ยง ที่จะสูญเสีย ความโดดเด่น ของผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างไป หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ความเจ๋งของผลิตภัณฑ์ของแต่ละอย่าง กำลังค่อยๆ เลือนหายไปนั่นเองครับ
โดย Steve Wozniak ได้ออกมาเผยว่า ถ้าเทียบฟีเจอร์ของ Apple กับฟีเจอร์อื่นๆ ในท้องตลาด ก็จะพบว่า Apple เองก็ไม่ได้มีฟีเจอร์ที่เหนือกว่าแต่อย่างใด ผิดกับแต่ก่อนที่ Apple มักจะใช้วิธีการโฆษณาให้แบรนด์ของตนเอง ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์คู่แข่ง ยกตัวอย่างเช่น โฆษณา I’m a Mac and I’m a PC ที่ชี้ให้เห็นเลยว่า อุปกรณ์ในกลุ่ม Macs นั้น ดีกว่า PC จริง แต่ในปัจจุบันนี้ โฆษณาแนวดังกล่าว เริ่มไม่มีแล้ว
และเมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่าง iWatch นาฬิกาข้อมืออัจริยะ Steve Wozniak เผยว่า เค้ารู้สึกดีใจที่ Apple จะมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ และยินดีที่จะเปลี่ยนไปใช้ iWatch ด้วยเช่นกัน (ถ้าหากมีจริง) โดยก่อนหน้านั้น Steve Wozniak ก็เคยใส่นาฬิกาข้อมือ ที่หน้าจอเป็น iPod nano มาแล้วเช่นกัน
นอกจากนี้ Steve Wozniak ยังได้กล่าวถึงคู่แข่งในตลาดรายอื่น อย่าง BlackBerry ด้วยว่า ถ้าหาก BlackBerry ยังคงต้องการอยู่ในตลาดสมาร์ทโฟนต่อไป ควรจะเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ Android ครับ เนื่องจาก BlackBerry มีจุดแข็งด้านฮาร์ดแวร์อยู่แล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนซอฟท์แวร์ไปใช้ Android อาจจะช่วยทำให้อะไรหลายๆ อย่างดีขึ้น

Apple ปล่อย iOS 7 Beta 6 สำหรับนักพัฒนา แล้ว คาด เวอร์ชั่น GM อาจตามมาเร็วๆ นี้





[20-สิงหาคม-2556] ระบบปฏิบัติการ iOS 7 นั้นถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ทาง Apple นั้นมีการยกเครื่องครั้งใหญ่ ทั้งในเรื่องของดีไซน์​ ไปจนถึงระบบภายใน ล่าสุดทาง Apple ก็ได้ทำการปล่อย iOS 7 Beta 6 ให้เหล่านักพัฒนาได้ดาวน์โหลดไปทดสอบกันแล้ว ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ทาง Apple จะทำการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ จึงทำให้สื่อต่างประเทศได้คาดการณ์ว่า ทาง Apple น่าจะส่ง iOS 7 เวอร์ชั่น GM สำหรับนักพัฒนา ในเร็วๆ นี้ ซึ่ง เวอร์ชั่น GM นั้นจะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกันกับ เวอร์ชั่นที่ คนทั่วไปจะสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้นั่นเอง ซึ่งคาดว่า อีกไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้ ผู้ใช้ทั่วไปก็จะสามารถอัพเดทเป็น iOS 7 กันได้อย่างแน่นอนครับ

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลือสนั่น Apple มองหาซีอีโอคนใหม่แทน Tim Cook



[22-เมษายน-2556] ถ้าหากข่าวนี้เป็นความจริง คงจะเป็นข่าวสะท้านวงการไอทีได้มากทีเดียวครับ เมื่อมีข่าวลือออกมาว่า Apple กำลังมองหาผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้ ซีอีโอคนใหม่ แทน Tim Cook (ทิม คุ้ก)
โดยเว็บไซต์ Wall Street และ Forbes ได้เผยว่า สืบเนื่องจากหุ้นของ Apple ที่ร่วงลงมาจาก $705 ต่อหุ้น เหลือเพียง $390 ต่อหุ้น ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ความเชื่อมั่นของ Tim Cook ในฐานะซีอีโอคนปัจจุบันของ Apple เริ่มสั่นคลอนครับ จึงเกิดเป็นข่าวลือออกมาว่า กรรมการบริหารของ Apple ได้ประชุมกันอย่างลับๆ เพื่อหาบุคคลที่จะมาเป็นซีอีโอคนใหม่แทน Tim Cook
นอกจากเรืื่องหุ้นแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกที่ทำให้บอร์ดผู้บริหาร นำมาใช้ประเมินผลงานของ Tim Cook ยกตัวอย่างเช่น iPhone 5 ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ รวมไปถึง Apple Maps ยังไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเพียงพอ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ข่าวดังกล่าว ยังคงเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้นครับ

Apple รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ดีกว่าที่คาด


[24-เมษายน-2556] Apple ได้เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ตามปีงบประมาณ ออกมาอย่างเป็นทางการแล้วครับ ซึ่งผลประกอบการไตรมาสนี้ ถือว่า เป็นผลประกอบการที่ได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์มากพอสมควร เนื่องจากไตรมาสนี้ Apple ไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา ประกอบกับราคาหุ้นที่ลดลงอย่างมาก ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาสนี้คงไม่ดีนัก ซึ่งสุดท้ายแล้ว ถือว่า ดีกว่าที่วิเคราะห์เล็กน้อย ดังนี้ครับ
• กำไรสุทธิอยู่ 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 11.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
• กำไรต่อหุ้น อยู่ที่ $10.09 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ $10.00 แต่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา อยู่ที่ $12.30
• iPhone ขายได้ 37.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจาก 35.1 ล้านเครื่อง ไตรมาสเดียวกัน ในปีที่ผ่านมา
• iPad ขายได้ 19.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจาก 11.8 ล้านเครื่อง ไตรมาสเดียวกัน ในปีที่ผ่านมา
• iMac ขายได้ 4 ล้านเครื่อง ไม่ต่างจากปีก่อน
• รายได้สุทธิอยู่ที่ 43.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 39.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไตรมาสเดียวกัน ในปีที่ผ่านมา
• กระแสเงินสด (cash flow) เพิ่มขึ้น 12.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ตอนนี้ Apple มีกระแสเงินสดรวมอยู่ที่ 145 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

รถเต่า iBeetle รถที่ Apple ร่วมพัฒนากับ Volkswagen



[26-เมษายน-2556] แม้ว่า อดีตซีอีโอ Apple อย่าง Steve Jobs ยังไม่มีแผนที่จะผลิตรถยนต์เป็นของตัวเอง แต่ล่าสุด Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศเยอรมนี ก็ได้เปิดตัว รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีชื่อว่า iBeetle โดยรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ Volkswagen พัฒนาร่วมกับ Apple นั่นเองครับ
โดยสิ่งที่ Apple ร่วมพัฒนาบนรถยนต์คันนี้ก็คือ การผสมผสานการทำงานระหว่าง iPhone กับ iBeetle ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Volkswagen Car Net The Beetle เพียงแค่เสียบ iPhone เข้ากับ docking station ก็สามารถใช้ iPhone เป็นแผงหน้าปัดรถยนต์ได้
ก่อนหน้านั้น Apple เคยจับมือร่วมกับค่ายรถยนต์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น BMW, Mercedes, GM, Land Rover, Jaguar, Audi, Honda และ Ferrari ในการนำโปรแกรม Siri มาเป็นส่วนหนึ่งในรถยนต์ แต่สำหรับ iBeetle คันนี้ จะแตกต่างกันออกไปตรงที่ เป็นการใช้แอพพลิเคชั่นคู่กับอุปกรณ์เสริม ซึ่งตัว docking ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นที่วางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Spotify สำหรับการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่ง หรือใช้เป็น G-Meter, เป็นเกจวัดอุณหภูมิของน้ำมัน, วัดการเผาผลาญของน้ำมัน และรองรับฟีเจอร์สังคมออนไลน์อีกมากมาย
iBeetle จะเปิดให้จองช่วงเดือนตุลาคม ปีนี้ ก่อนจะเปิดขายอย่างเป็นทางการ ต้นปี 2014 ครับ

Apple ปกปิดข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้จากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้แย่กว่า Google



[7-พฤษภาคม-2556] EFF (Electronic Frontier Foundation) ได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจออกมาครับว่า ในบรรดาบริษัทไอทีชั้นนำของโลกนั้น บริษัทใดจะสามารถเก็บงำข้อมูลของลูกค้าไม่ให้ทางรัฐบาลกลางได้ล่วงรู้ได้ดีที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า Google ทำได้ดีกว่า Apple ครับ
โดยตัวรายงานได้เผยว่า Apple สามารถส่งมอบข้อมูลของผู้ใช้ ทั้งอีเมล และข้อมูลส่วนตัวให้กับรัฐบาลกลางได้ ถ้าหากทางรัฐบาลกลางต้องการ นอกจากนี้ ทาง Apple ก็ไม่แจ้งให้ลูกค้าได้ทราบอีกด้วย
นอกจากนี้ ทาง EFF ยังได้เผยรายงานการติดตามนโยบายความปลอดภัยจากหลายๆ บริษัทชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การปกป้องข้อมูลจากทางรัฐบาลกลาง มีวิธีการอย่างไร, ทางบริษัทมีการเผยแพร่ข้อมูลโดยปราศจากการรับประกันหรือไม่, ทางบริษัทมีการปกป้องสิทธิของผู้ใช้อย่างไร เป็นต้น ซึ่งทาง EFF เผยว่า ทาง Apple แทบจะไม่มีการป้องกันในเรื่องดังกล่าวเลยแม้แต่น้อยครับ มีเพียงแค่เรื่องเดียวก็คือ ต่อสู้เพื่อสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ในรัฐสภาเท่านั้น ไม่เหมือนกับ Google ที่ปกป้องข้อมูลผู้ใช้แทบทุกด้านครับ

ระบบปฏิบัติการ Android ชิงส่วนแบ่งการตลาดโลกมากที่สุด เกือบ 60%



[13-พฤษภาคม-2556] ผลการสำรวจจากบริษัทวิจัย Canalys เมื่อไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา พบว่า ระบบปฏิบัติการ Android ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดโลกเป็นอันดับ 1 ถึง 59.5% ตามมาด้วย iOS 19.3% และ Windows Phone ที่มีส่วนแบ่งการตลาดแล้วกว่า 18.1% จากยอดส่งออกกว่า 308.7 ล้านเครื่องทั่วโลก
ซึ่งผลการสำรวจนี้ ไม่ค่อยเป็นที่แปลกใจมากเท่าที่ควร เนื่องจากแบรนด์ส่วนใหญ่ทั่วโลก ทั้งมือถือ และแท็บเล็ต ต่างเลือก Android เป็นระบบปฏิบัติการหลักครับ ในขณะที่ iOS มีเพียงผลิตภัณฑ์จาก Apple เท่านั้น
เมื่อเปรียบเทียบยอดส่งออกเป็นแบรนด์ พบว่า ซัมซุง สามารถส่งออกได้เป็นอันดับ 1 คิดเป็น 26.6% อันดับ 2 เป็นของ Apple 19.3%, Lenovo 5%, Sony 3.2% และ Huawei 3.1%
ส่วนตลาดแท็บเล็ตเติบโตมากขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่าครับ โดยยอดส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 106.1% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี คิดเป็น 41.9 ล้านเครื่อง ซึ่ง Apple มียอดส่งออกมากที่สุดถึง 46.4% จาก iPad ครับ

ยอดดาวน์โหลดบน App Store แตะ 5 หมื่นล้านครั้งแล้ว



[16-พฤษภาคม-2556] Apple ประกาศยอดดาวน์โหลดบน App Store นับตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้แตะ 5 หมื่นล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ โดยเมื่อไม่นานมานี้ Apple ได้จัดอีเวนท์ 'นับถอยหลัง 5 หมื่นล้านดาวน์โหลด' แจกของรางวัลให้กับผู้ที่ดาวน์โหลดเป็นคนที่ 50,000 ล้าน เป็น gift card มูลค่า $10,000 ซึ่งตอนนี้ยังไม่ประกาศว่าเป็นใครครับ

Apple โดนฟ้อง 5 ล้านเหรียญ หลังผู้ใช้รายหนึ่งอ้าง ปุ่ม Power บน iPhone 4 พังง่ายเกินไป



[16-พฤษภาคม-2556] นอกจาก Apple จะมีเรื่องราวฟ้องร้องกับ ซัมซุง เป็นหลักแล้ว ในกรณีคดีระหว่างผู้ใช้งาน ก็มีปัญหาให้แก้ไขกันอย่างต่อเนื่องครับ โดยล่าสุด Apple โดนผู้ใช้ iPhone 4 รายหนึ่งฟ้องเรื่องปุ่ม Power มีปัญหา
Debra Hilton ผู้ใช้งาน iPhone 4 คนดังกล่าว ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลในเมือง San Jose สหรัฐอเมริกาว่า iPhone 4 มีปัญหาเรื่องปุ่ม Power เสียง่าย และ Apple เองก็ทราบดีว่า ปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดมาจากข้อบกพร่องของสายที่ควบคุมการเปิดปิดเครื่อง แต่ก็ปิดเรื่องเอาไว้ไม่ยอมแจ้งต่อผู้บริโภค เพื่อที่จะต้องการขาย iPhone 4 ให้ได้มากๆ ซึ่ง Debra ยังได้แสดงหลักฐานว่า มีผู้ใช้จำนวนมากต่างก็ประสบกับปัญหาเช่นเดียวกันนี้ และเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว
นอกจากนี้ สำนวนส่งฟ้องยังระบุว่า ข้อบกพร่องของปุ่ม Power นั้น จะเกิดขึ้นหลังจากที่ใช้งานไปแล้ว 1 ปีครับ ซึ่งถือว่า iPhone หมดประกันไปแล้ว ถ้าจะส่งซ่อมจะต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง $149 หรือประมาณ 4,500 บาท ส่วนทาง Apple ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ครับ

ประกาศแล้ว คนดาวน์โหลดแอพฯ คนที่ 5 หมื่นล้านบน App Store มาจากสหรัฐฯ


[20-พฤษภาคม-2556] ประกาศรายชื่อผู้ชนะอย่างเป็นทางการแล้วครับ กับแคมเปญ "นับถอยหลัง ดาวน์โหลดแอพฯ ลำดับที่ 5 หมื่นล้าน" จาก Apple ซึ่งแอพพลิเคชั่นที่ถูกดาวน์โหลดเป็นลำดับที่ 5 หมื่นล้าน ก็คือ Say the Same Thing ครับ
สำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดลำดับที่ 5 หมื่นล้าน นั้นก็คือ Brandon Ashmore จากรัฐ Ohio สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับรางวัลเป็น Gift card มูลค่า $10,000 ส่วนผู้ที่มีลำดับดาวน์โหลดใกล้เคียง อีก 50 ลำดับ จะได้รับ Gift card มูลค่า $500 ครับ
โดย Brandon Ashmore ศึกษาอยู่คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ ณ Lakeland Community College ได้เผยว่า ยังไม่รู้ว่า จะนำ Gift card ไปซื้ออะไรในตอนนี้ครับ

Apple เริ่มทดสอบหน้าจอ OLED ขนาด 1.5 นิ้ว สำหรับ Smart Watch แล้ว



[21-พฤษภาคม-2556] Macotakara บล็อกชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาเผยโดยอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ Economic Times ของไต้หวันว่า Apple เริ่มทดสอบหน้าจอแบบ OLED ขนาด 1.5 นิ้ว สำหรับ iWatch แล้วครับ โดยเป็นหน้าจอที่ผลิตโดยบริษัทลูกของ RITEK ที่มีชื่อว่า RiTdisplay
ในตอนแรกนั้น Apple ทดสอบขนาดหน้าจอ 1.8 นิ้วก่อน แต่มีขนาดที่ใหญ่เกินไปสำหรับการใช้งาน เลยปรับเปลี่ยนมาเหลือ 1.5 นิ้วแทน โดยสินค้าทดสอบนี้ จะมีจำนวนราวๆ 1,000 ชิ้นครับ ผลิตโดย Foxconn ที่สั่งชิ้นส่วนมาจาก RiTdisplay อีกที
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายละเอียดว่า Smart Watch หรือ iWatch จาก Apple นี้ จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร แต่คาดว่า น่าจะรันระบบปฏิบัติการ iOS และเปิดตัวภายในปีนี้ครับ

วุฒิสภาสหรัฐฯ สั่งตรวจสอบ Apple ฐานเลี่ยงจ่ายภาษี


[22-พฤษภาคม-2556] เรียกได้ว่า งานเข้า Apple อย่างจังเลยทีเดียวครับ เพราะล่าสุด Apple กำลังถูกเรียกตรวจสอบจากวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา ที่คาดกันว่า Apple อาจจะเลี่ยงจ่ายภาษีมูลค่าเกือบหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครับ
สาเหตุที่ทำให้ Apple โดนตรวจสอบในครั้งนี้ เป็นเพราะว่า ได้มีการพบความผิดปกติของบริษัทในเครือ ที่ตั้งอยู่ตามประเทศต่างๆ ซึ่งบริษัทบางแห่ง เป็นเพียงแค่สถานที่สำหรับเก็บเงินสดเท่านั้นครับ เพื่อเป็นช่องทางในการเสียภาษีให้น้อยที่สุด
ด้านนาย John McCain วุฒิสมาชิกของสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการประกอบธุรกิจของ Apple ทำให้ Apple มีวิธีที่จะหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีอันมหาศาลได้ โดยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ Apple จะต้องจ่ายนั้น มีอัตราสูงถึง 35% เลยทีเดียวครับ
แน่นอนว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ Apple เป็นอย่างมาก ซึ่ง Tim Cook ได้ออกมาเผยว่า ไม่เคยหลบเลี่ยงภาษีแม้แต่เหรียญเดียว และเตรียมยื่นหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ อีกด้วย

ซัมซุง ครองยอดขายมือถือเป็นอันดับ 1 ของโลก เบียด Apple ตกไปอยู่อันดับ 2



[30-พฤษภาคม-2556] ผลสำรวจจาก Strategy Analytics ได้เผยว่า ซัมซุง ยังคงเป็นบริษัทที่ครองตำแหน่ง ยอดขายสมาร์ทโฟนที่มากที่สุดในโลกครับ โดยผลการสำรวจนี้ วัดในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งยอดขายสมาร์ทโฟนของซัมซุง มีมูลค่าถึง 23.62 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 952 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากไตรมาสที่ผ่านมา
ส่วนอันดับ 2 เป็นของคู่แข่งอย่าง Apple ที่ถึงแม้ยอดขายจะสู้ ซัมซุง ไม่ได้ แต่ก็ถือว่า เป็นตัวเลขที่ไม่ได้เลวร้ายนัก โดยสามารถทำยอดขายได้ 22.95 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนอันดับ 3 เป็นของโนเกีย ที่สามารถผงาดขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ได้สำเร็จ ด้วยตัวเลข 3.64 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
ไม่เพียงเท่านั้น ทาง IDC ยังได้เผยว่า ยอดขายของมือถือซัมซุง ในประเทศฟินแลนด์ บ้านเกิดของโนเกียนั้น ยังครองอันดับ 1 ด้วยเช่นกันครับ อยู่ที่ 36% ตามมาด้วยโนเกีย ที่ 33% และ Apple 14% อยู่ในอันดับที่ 3
นอกจากนี้ ทางซัมซุงยังคาดว่า จะสามารถครองยอดขายสมาร์ทโฟนในอันดับที่ 1 ได้ต่อไป เนื่องจาก Samsung Galaxy S4 เพิ่งเปิดตลาดได้ไม่นาน และสตาร์ทไปได้สวยทีเดียว ด้วยยอดขาย 10 ล้านเครื่องภายในเดือนเดียวครับ

Apple เตรียมเปิดบริการ รับเปลี่ยน iphone หน้าจอแตกแล้ว ราคาอยู่ที่ 4,500 บาท


[5-มิถุนายน-2556] ตามปกติแล้ว เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้ iPhone เผยทำหน้าจอแตก จะไม่สามารถส่งไปเคลมกับ Apple ได้ เนื่องจากตามนโยบายเดิมของ Apple ถือว่า ถ้าหากทำหน้าจอแตก จะถือว่า หมดประกันเลยทันทีนั่นเอง ทำให้ผู้ใช้ iPhone หลายคน ยอมใช้หน้าจอที่แตกๆ อยู่ เนื่องจากอะไหล่ตามร้านต่างๆ ถือว่าค่อนข้างแพงเลยทีเดียวครับ
แต่ล่าสุด มีข่าวออกมาว่าทาง Apple ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ ด้วยการเปิดให้บริการ รับเปลี่ยนหน้าจอแตก เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งราคาจะอยู่ที่ $149 หรือราวๆ 4,500 บาท โดยจะเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ เริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกาก่อน
โดยข่าวนี้ ได้รับการยืนยันจาก Quick iFix เว็บซ่อมไอโฟนชื่อดังครับ ซึ่งทาง Quick iFix เผยว่า ราคา $149 นี้ถือว่า ถูกกว่าร้านค้าทั่วไปมาก อีกทั้งยังเชื่อถือได้เนื่องจากเป็นอะไหล่ของ Apple เอง โดยทาง Quick iFix รับเปลี่ยนหน้าจอในราคา $175 หรือประมาณ 5,250 บาท แต่เมื่อราคาของ Apple ถูกกว่า จำเป็นต้องลดราคาเหลือเพียง $139.99 หรือประมาณ 4,200 บาท
นอกจากนี้ Apple เองก็เตรียมขยายบริการซ่อมชิ้นส่วนอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น กล้อง, ปุ่ม Power รวมไปถึงบอร์ด ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนกรกฏาคมนี้ครับ
สำหรับบริการเปลี่ยนหน้าจอแตกนี้ ถือว่า เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้ iPhone แต่หมดประกันแล้ว ซึ่งถ้าอยากจะเปลี่ยนหน้าจอใหม่ ก็ต้องจ่ายเงินถึง $299 หรือประมาณ 9,000 บาท และจะได้เครื่องใหม่มาทดแทน ทำให้ผู้ใช้ iPhone หลายคน จำต้องใช้หน้าจอแตกไปก่อน เพราะไม่มีเงินมากพอที่จะเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ ซึ่งต้องมาลุ้นกันครับว่า บริการดังกล่าวจะเปิดให้บริการในไทยหรือไม่ครับ

Apple เตรียมเปิดแคมเปญ เครื่องเก่า แลกเครื่องใหม่ หวังกระตุ้นยอดขาย iPhone ในสหรัฐฯ [ข่าวลือ]



[7-มิถุนายน-2556] เว็บไซต์ Bloomberg ได้เผยว่า Apple กำลังจะเริ่มแคมเปญ trade-in ที่ผู้ใช้ iPhone อยู่แล้ว สามารถนำเครื่องเก่า มาแลกเป็นเครื่องใหม่ได้ เพื่อกระตุ้นยอดขายครับ และ iPhone เครื่องเก่า หรือ iPhone มือสอง นี้ จะถูกนำไปขายต่อไปประเทศกำลังพัฒนา ที่ยอดขาย iPhone ยังต่ำอยู่ เนื่องจากราคาที่แพงเกินไป จนคนที่มีงบน้อยไม่สามารถซื้อได้
โดยแคมเปญ trade-in นี้ Apple ได้จ้างบริษัท BrightStar มาดูแลในส่วนนี้ครับ ซึ่งสามารถทำได้เลยที่ Apple Retail Store โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องส่งสินค้าด้วยตนเอง

Apple เสียแชมป์ บริษัทที่น่านับถือที่สุดในโลก



[3-กรกฏาคม-2556] ผลการจัดอันดับของ Barron ในกลุ่มของบริษัทที่น่านับถือมากที่สุดในโลกปีนี้ ตกเป็นของ Berkshire Hathaway ซึ่งเป็นบริษัทของ Warren Buffett เขี่ย Apple ที่เคยครองอันดับ 1 มาแล้ว 3 ปีติดต่อกัน ตกไปอยู่อันดับที่ 3
ส่วนอันดับ 2 คือ Walt Disney และอันดับ 4 เป็นคู่แข่งตลอดกาลของ Apple ซึ่งก็คือ Google นั่นเอง
โดยผลการจัดอันดับนี้ วัดจาก ความสามารถในการจัดการเงินทุนได้อย่างมืออาชีพ รวมไปถึงมูลค่าการตลาด ซึ่งเป็นการให้คะแนนในระดับ 1-4 คะแนน นั่นก็คือ ไม่น่านับถือ, น่านับถือเล็กน้อย, น่านับถือ และน่านับถือมากที่สุด
ส่วนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับด้าน IT ที่ติด Top 100 ก็ได้แก่ Amazon (6), IBM (10), Samsung Electronics (18), Intel (20), Qualcomm (43), Verizon Communications (57), Microsoft (61), Taiwan Semiconductor Mfg (65), NTT DoCoMo (70) และ AT&T (78) ครับ

Foxconn เปิดรับพนักงานเพิ่ม เตรียมพร้อมสำหรับการผลิต iPhone รุ่นต่อไป



[10–กรกฏาคม-2556] สำหรับ Foxconn นั้นถือเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ทาง Apple ไว้วางใจมานานพอสมควร โดยล่าสุดทาง Foxconn เอง ก็ได้เปิดรับสมัครพนักงานเพิ่ม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิต iPhone รุ่นต่อไป แต่ทาง Foxconn เองก็ไม่ได้มีการเปิดเผยว่า รุ่นต่อไปนั้นจะเป็น iPhone 5S หรือ iPhone 6 อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนั้น Foxconn มีพนักงานอยู่ประมาณ 210,000 คน โดยในช่วงปี 2012 นั้น Foxconn เคยมีพนักงานมากที่สุดถึง 300,000 คนเลยทีเดียวครับ

Apple เซ็นสัญญาจ้าง ซัมซุง ผลิตชิป Apple A9 เริ่มปี 2015



[16-กรกฏาคม-2556] Korea Economic Daily เว็บไซต์ข่าวในประเทศเกาหลีใต้ ได้รายงานว่า Apple และ Samsung ได้ตกลงเซ็นสัญญาจ้างผลิตชิป ที่คาดว่า น่าจะเป็น Apple A9 ที่สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร โดยจะเริ่มผลิตในปี 2015 นี้
โดยก่อนหน้านั้น Apple ได้เซ็นสัญญาจ้างบริษัท TSMC เป็นเวลา 3 ปี ให้เป็นผู้ผลิตชิปรายหลักให้กับ Apple หลังจากที่ในระยะหลัง ความสัมพันธ์ระหว่าง Apple กับ Samsung เริ่มสั่นคลอน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสิทธิบัตรอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนอกจากบริษัท TSMC จะผลิตชิป Apple A8 แล้ว อาจจะรวมถึง Apple A9 หรือ Apple A9X อีกด้วย
อย่างไรก็ดี ข่าวการเซ็นสัญญาจ้างผลิตชิป ระหว่าง Apple กับ ซัมซุง นั้น ยังคงมีผลให้ TSMC มีผู้ผลิตชิปรายหลักต่อไป แต่ในขณะเดียวกัน Apple ก็ยังไม่อยากตัดขาดกับซัมซุงด้วยเช่นกันครับ

Apple ชี้แจงสาเหตุที่ต้องปิด Developer Center ชั่วคราว เพราะโดนแฮค



[22-กรกฏาคม-2556] เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หน้า Developer Center ของ Apple ไม่สามารถเข้าได้ชั่วคราว ซึ่งล่าสุด ทาง Apple ได้ส่งอีเมลชี้แจงถึง สาเหตุที่ต้องปิดหน้า Developer Center ลง เนื่องจากมีคนบางกลุ่ม พยายามเข้าแฮคเว็บนั่นเอง
นอกจากนี้ Apple ยังได้เผยว่า ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า ข้อมูลส่วนตัวของเหล่าพัฒนาโดนขโมย เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวถูกเข้ารหัสไว้ทั้งหมด แต่เพื่อความปลอดภัย จำเป็นต้องปิดหน้าเว็บ เพื่อปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลใหม่ทั้งหมด ส่วนจะกลับมาเปิดให้บริการอีกเมื่อไรนั้น จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ

Apple คืนเงินกว่า 2 แสนบาท หลังเด็ก 8 ขวบ เผลอกดซื้อของในเกม บน iPad ของคุณพ่อ



[22-กรกฏาคม-2556] กลายเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่สำหรับ Lee Neale นักออกแบบรายหนึ่งในสหราชอาณาจักร เมื่อ Lily ลูกสาวจอมซนวัย 8 ขวบ ได้ใช้ iPad ซื้อของในเกม (in-app purchase) และทำให้ Lee Neale สูญเงินเกือบ 2 แสนบาทเลยทีเดียว
และวันหนึ่ง บัญชีที่ Lee Neale ใช้อยู่ประจำถูกระงับขึ้นมา ทำให้เจ้าตัวเกิดความสงสัย และค้นพบว่า มียอดเงินที่ไม่ได้ก่อเอง เป็นจำนวนกว่า 4,000 ปอนด์ หรือราวๆ 192,000 บาท จากการซื้อไอเทมในเกม Campus Life, My Horse, Hay Day และ Smurfs’ Village ผ่านทาง iPad ที่เจ้าตัวทิ้งให้ลูกสาวเล่นนั่นเอง ซึ่งหนูน้อย Lily ก็ยอมรับว่า รู้รหัสผ่าน App Store เพราะเห็นคุณพ่อกดบ่อยๆ นั่นเอง
ในตอนแรก Apple ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินคืนครับ โดยให้เหตุผลว่า "การซื้อสินค้าผ่านทาง iTunes ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด" ซึ่งทำเอา Lee Neale ถึงกับมืดแปดด้าน และคิดจะขายรถยนต์ กับมอเตอร์ไซต์อีก 2 คันเพื่อใช้หนี้ แต่สุดท้าย Apple ก็ตัดสินใจคืนเงินให้ทั้งหมด
เรียกได้ว่า เรื่องราวของคุณ Lee Neale น่าจะเป็นบทเรียนตัวอย่างให้กับคุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกอยู่ในวัยจอมซน และเคยเกิดเรื่องราวดังกล่าวมาแล้วในหลายๆ ครอบครัว แต่ก็ใช่ว่า Apple จะคืนเงินให้กับทุกคนนะครับ ฉะนั้น ถ้าหากจะให้คุณลูกเล่นอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ อย่าลืมดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดนะครับ

Apple แนะ ผู้ใช้ชาวจีน ควรเลือกอุปกรณ์ชาร์จไฟ ของแท้ เพื่อป้องกัน อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นอีก



[26–กรกฏาคม-2556] ก่อนหน้านี้ได้มีเหตุสลด เนื่องจาก แอร์สาวในประเทศจีน ถูกไฟฟ้าช็อตหลังจากการใช้งานที่ชาร์จแบตเตอรี่ ไอโฟนของปลอม ซึ่งถัดจากนั้นไม่นาน ก็มีเหตุการณ์แบบเดียวกัน เกิดขึ้นกับ หนุ่มชาวจีน จึงทำให้ล่าสุด ทางแอปเปิ้ลเอง ได้มีการประกาศบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อแนะนำให้ผู้ใช้ชาวจีนนั้น เลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จไฟ ของแท้ ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เนื่องจาก Apple นั้นมีความใส่ใจ ในเรื่องของความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก จึงทำให้อุปกรณ์ชาร์จไฟนั้นถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี รวมถึงผ่านมาตรฐานความปลอดภัยตามหลักสากลแล้ว ซึ่งแน่นอนครับว่า การเลือกใช้ทีชาร์จแบตเตอรี่ ที่ได้มาตรฐาน ก็จะช่วยให้ผู้ใช้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างแน่นอนครับ

Apple ถูกยกเลิกสิทธิบัตร Pinch To Zoom


[31-กรกฏาคม-2556] ในที่สุด สิทธิบัตร Pinch To Zoom จาก Apple ที่เป็นเรื่องฟ้องร้องกันระหว่างซัมซุง ได้ถูกยกเลิกจากองค์กรสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าจากสหรัฐฯ (USPTO) เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ หลังจากที่ ซัมซุง ได้ยื่นฟ้องให้ทางองค์กร ทำการตรวจสอบสิทธิบัตรฉบับนี้เสียใหม่
โดยสิทธิบัตร Pinch To Zoom จาก Apple นี้ ได้ถูกแนะนำการใช้งานครั้งแรกบน iPhone ซึ่งใช้งานโดยใช้นิ้วโป้ง และนิ้วชี้ ในการซูมทั้งในหน้าเว็บเพจ, รูปภาพ, เอกสาร และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเมื่อทาง USPTO ได้นำมาตรวจสอบใหม่ พบว่า วิธีการใช้งานนั้น มีความคล้ายคลึงกับ สิทธิบัตรอีกฉบับจากบุคคลที่ 3 ทำให้ถูกตัดสินยกเลิกสิทธิบัตรจาก Apple ไป
อย่างไรก็ดี Apple มีเวลา 2 เดือนในการยื่นอุทธรณ์ขอคัดค้านการยกเลิกสิทธิบัตรฉบับนี้ นอกจากนี้ ผลการตัดสินยังมีผลกระทบต่อคดีฟ้องร้องระหว่าง Apple กับ ซัมซุง อีกด้วย เนื่องจาก อุปกรณ์ซัมซุงกว่า 21 รายการ ถูกฟ้องว่าละเมิดสิทธิบัตรใบนี้ ซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่า เจ้าของสิทธิบัตร Pinch To Zoom ตัวจริง จะออกมาฟ้องร้องหรือไม่
สำหรับการถูกยกเลิกสิทธิบัตรนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับ Apple ครับ เพราะก่อนหน้านั้นไม่นาน ก็เพิ่งถูกยกเลิกสิทธิบัตร rubber banding ไปเช่นกัน

สื่อนอกเผย 6 สิ่งที่ Apple ควร ดำเนินรอยตาม Google



[5-สิงหาคม-2556] สื่อต่างประเทศนั้นได้มีการออกมาเปิดเผยความคิดเห็นว่า ในปัจจุบันนั้น Apple เอง ไม่ค่อยจะสร้างความตื่นเต้นทางด้านเทคโนโลยี เหมือนกับในสมัยหลายปีก่อน ปัจจุบันนั้นถือว่า ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีของ Apple กับบริษัทอื่นๆ เริ่มลดน้อยลงเรื่อย จึงได้มีการทำบทความ 6 สิ่งที่ Apple นั้น ควรดำเนินรอยตาม Google เพื่อให้ Apple กลายเป็นบริษัทที่อาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าที่เป็นอยู่อีกด้วย เราลองมาดูกันครับว่า 6 สิ่งที่ว่านั้น คืออะไรบ้าง
1.ทำให้ Siri สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับตัวเครื่อง (Hand-free) แบบ Moto X : เนื่องจาก ปัจจุบัน Google Now ถือว่ามีความสามารถเหนือกว่า Siri เรียบร้อยแล้ว เพราะใน Motorola Moto X นั้นคุณไม่จำเป็นต้องใช้นิ้วสัมผัสเครื่องเพื่อใช้งาน
2.ผลิต iPhone ใน สหรัฐฯ แบบเดียวกันกับ Motorola Moto X : แน่นอนว่า สินค้าส่วนใหญ่ของ Apple นั้น ผลิตในประเทศจีน และที่ผ่านมาก็เกิดปัญหาในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น การผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ มีการโกงกินกันภายในบริษัทผู้ผลิต ซึ่งถึงแม้ว่า จำนวนการผลิต ของ Apple จะมีตัวเลขที่สูงกว่า Motorola X จึงทำให้ ต้องขยายฐานการผลิตไปในประเทศจีน แต่อย่างไรก็ดี Apple ควรที่จะสร้างฐานการผลิตที่ไฮเทค และควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ น่าจะดีกว่า
3.ใช้หน้าจอแบบ Retina บน iPad Mini ให้เหมือนกับที่ Google นั้นทำบน New Nexus 7 : ซึ่งข้อนี้ ไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับแอปเปิ้ลอย่างแน่นอน เพราะในปัจจุบันนั้น เทคโนโลยี Retina ไม่น่าจะเพิ่มต้นทุนให้กับ Apple มากนักอยู่แล้ว
4.ขาย Apple TV ให้มีราคาที่ถูกกว่า Chromecast ของ Google : แน่นอนว่า Chromecast นั้นเป็นอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดที่ทาง Google เพิ่งจะเปิดตัวออกมา ซึ่งโดยรวมนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานแบบเดียวกันกับ Apple TV แต่แน่นอนว่า Apple TV นั้นมีฟีเจอร์มากกว่า Chromecast พอสมควร แต่ถ้าหากมีการลดราคา ก็น่าจะทำให้ Apple TV ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างแน่นอน
5.ทำ Social Network เป็นของตัวเอง แบบเดียวกับ Google+ : สำหรับ Apple นั้นเรียกได้ว่ามีฐานลูกค้าค่อนข้างเยอะ หากแอปเปิ้ลทำ Social Network เป็นของตัวเอง ก็น่าจะมีผู้ใช้บริการมากมาย เหมือนกับตอนที่ทาง Apple เปิดให้บริการ iMessage ที่ภายหลังมีผู้ใช้บริการดังกล่าวมากมาย
6.ใช้เงินบางส่วน สร้าง โปรเจค หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เหมือนกับที่ Google ทำ : ซึ่งข้อนี้เราอาจจะเห็นได้ว่าทาง Google เองนั้น ได้มีการทุ่มทุนทำวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆมากมาย เช่น รถยนต์ที่ขับเองได้โดยไม่ต้องใช้คนขับ หรือ Google Fiber ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นาน ซึ่งทางผู้เขียนในต่างประเทศเองยังคงเชื่อว่า Apple เอง มีบุคลากรคุณภาพมากมาย การที่จะสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับ Apple อย่างแน่นอนครับ

Apple เปิดแคมเปญ รับเปลี่ยนที่ชาร์จแบตเตอรี่ หากกังวลว่าที่ใช้อยู่จะเป็นของปลอม



[6-สิงหาคม-2556] จากเหตุการณ์ แอร์สาวชาวจีน โดนไฟดูดเสียชีวิต หลังจากใช้ที่ชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ของปลอมนั้น ทำให้ผู้ใช้ iPhone ทั่วโลก ต่างกังวลว่า ที่ชาร์จแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่ จะเป็นของแท้หรือไม่ ล่าสุด Apple ได้เปิดแคมเปญ เทิร์น adapter ตัวเก่า ทั้งของ iPhone, iPad และ iPod Touch เพื่อแลกเป็น adapter ของแท้จาก Apple ที่การันตีคุณภาพ และความปลอดภัยครับ
โดยแคมเปญดังกล่าว จะเริ่มที่ประเทศจีน ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ และในสหรัฐฯ วันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งผู้ที่จะนำ adapter ตัวเก่ามาแลก จะต้องเพิ่มเงินอีกประมาณ $10 หรือราวๆ 300 บาทเพื่อเปลี่ยนเป็นของแท้ สามารถแลกได้ทั้งที่ Apple Retail Store หรือตามตัวแทนจำหน่ายของ Apple ซึ่งแคมเปญนี้ จะสิ้นสุดวันที่ 16 ตุลาคมนี้ครับ จำกัด 1 เครื่อง 1 adapter
ส่วนในไทย ก็รอลุ้นว่า จะเข้าร่วมแคมเปญนี้ด้วยหรือไม่

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Apple เผยผลประกอบการไตรมาส ยอดขาย iPhone ดีกว่าที่คาด



[24-กรกฏาคม-2556] Apple รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ตามปีงบการเงินของบริษัท ซึ่งดีกว่าที่ นักวิเคราะห์ คาดการณ์ไว้มากทีเดียว ซึ่งถึงแม้ในไตรมาสนี้ Apple จะยังไม่เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ แต่ iPhone ก็สามารถขายได้ถึง 31.2 ล้านเครื่อง ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 26.5 ล้านเครื่อง ส่วนยอดขาย iPad นั้น ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา อยู่ที่ 14.6 ล้านเครื่อง
ในส่วนของกำไรสุทธินั้น อยู่ที่ 6.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น $7.47 ต่อหุ้น และรายได้รวมอยู่ที่ $35.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มจากปีที่ผ่านมา ($35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)
นอกจากนี้ Tim Cook ซีอีโอของ Apple ยังได้บอกใบ้ Apple iWatch ด้วยว่า กำลังซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ 'Amazing' และคาดว่า น่าจะเปิดตัวได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก่อนเปิดจำหน่ายในปี 2014 ครับ

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

macbook

แมคบุ๊ก เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ตระกูลแมคอินทอชจากบริษัทแอปเปิล วางจำหน่ายครั้งเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 โดยรูปลักษณ์ทั่วไปมีลักษณะใกล้เคียงกับ ไอบุ๊ก (iBook) ซึ่งแมคบุ๊คนั่นได้ถูกพัฒนามาจาก iBook G4 สิ่งที่แมคบุ๊กต่างจากไอบุ๊กคือรายละเอียดภายในที่สูงกว่า แต่แมคบุ๊คนั้นไม่มีกราฟิกการ์ด (Graphic Gard) ในการแสดงผล สำหรับแมคบุ๊กนั่นทางแอบเปิ้ลได้เปลี่ยนชิปเซ็ตมาใช้ของตระกูล อิลเทล (Intel) ในระยะแรกแมคบุ๊กใช้ชิปเซ็ตในตระกูล Intel Duo Core 945GM ชิปเซ็ต และ กราฟิกการ์ดIntel's GMA950 ความเร็วบัสที่ 667 MHz และในปี 2007 แอบเปิ้ลได้เปลี่ยนชิปเซ็ตที่ใช้บนเครื่องแมคบุ๊กเป็นชิบเซ็ตตระกูลที่ใช้ในปัจจุบันคือ Intel Core2Duo ในแพลตฟอร์มของ Santa-Rosa Platfrom และเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 แอปเปิลได้อัปเดตอุปกรณ์ภายในของเครื่องแมคบุ๊กเป็น 965GM และกราฟิกการ์ด Intel GMA X3100 ความเร็วบัสที่ 800 MHz ซึ่งรวมไปถึงแมคบุ๊กโปร Macbook Pro และแมคบุ๊กแอร์ (Macbook Air) คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ครุ่นล่าสุด ซึ่งได้ใช้ชิปเซ็ตตระกูลอินเทลแล้วเช่นเดียวกัน

ipod touch


ไอพอดทัช

รุ่นแรก ไอพอดทัช (iPod touch) เป็นเครื่องเล่นดนตรีแบบพกพาในสายการผลิตไอพอด ผลิตโดยบริษัทแอปเปิล โดยประกาศในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2550 และจะวางจำหน่ายในช่วงสิ้นเดือนกันยายน ไอพอดทัชเป็นไอพอดแบบที่ 6 โดยมีลักษณะคล้ายไอโฟนที่มีหน้าจอสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว และสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบไว-ไฟ  ด้วยเว็บเบราว์เซอร์ซาฟารี นอกจากนี้ไอพอดทัชยังสามารถดาวน์โหลดเพลงได้จากไอทูนส์
เปิดตัวเมื่อ 5 กันยายน ค.ศ. 2007 เป็นไอพอดรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีไวไฟและมัลติทัช โดยมีหน้าจอสัมผัสคล้ายกับไอโฟน
รุ่นสอง 
เปิดตัวเมื่อ 9 กันยายน ค.ศ. 2008 มาพร้อมกับฟังก์ชัน Nike+ ปุ่มปรับระดับเสียงและลำโพงในตัวถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้
รุ่นสาม 
เปิดตัวเมื่อ 9 กันยายน ค.ศ. 2009 ในรุ่นนี้ได้เพิ่มความสามารถบางส่วนที่มาจาก iPhone 3GS และได้รวมการสั่งงานด้วยเสียงเข้ามาด้วย
รุ่นสี่ 
เปิดตัวเมื่อ 1 กันยายน ค.ศ. 2010 ในงาน Apple's fall 2010 event โดยปรับปรุงตัวเครื่องให้มีขนาดบางลง เพิ่มกล้องสองตัวสำหรับการทำ FaceTime และการอัดวิดีโอที่ความละเอียด HD รวมทั้งหน่วยประมวลผล Apple A4 และหน้าจอแบบ Retina ที่มีความละเอียดมากกว่าเดิม และเพิ่มสีขาวเมื่อเดือนตุลาคม 2554 และราคาถูกลง
รุ่นห้า 
เปิดตัว 20 กันยายน ค.ศ. 2012 หลังจากเปิดตัวไอโฟน5แล้ว ไอพอดทัชก็ได้มีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน โดยเปลี่ยนขนาดจอเป็น 4 นิ้ว เท่ากับไอโฟน 5 ,เพิ่มความคมชัดของกล้อง,ดีไซน์และสีสันที่มากขึ้น

ipot


ไอพอด หรือ ไอพอดคลาสสิก

รุ่นที่หนึ่ง ไอพอดแบบดั้งเดิมมีการปรับปรุงหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเรียกกันเป็น generation และใช้ตัวย่อว่า G ปัจจุบันมาถึงรุ่นที่หก (6G)ออกวางตลาด 23 ตุลาคม ค.ศ. 2001 ครอบรอบสิบปี iPod 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เมื่อ ความจุ 5GB ราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐ และออกรุ่น 10GB กับ 20GB มาในภายหลัง ใช้การควบคุมแบบ scroll wheel ซึ่งผลิตโดยบริษัท Synaptics
รุ่นที่สอง 
เปิดตัววันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2002 เปลี่ยนจากระบบ scroll wheel มาใช้เป็นระบบสัมผัสแทน
รุ่นที่สาม 
เปิดตัววันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2003 โดยเป็นรุ่นที่บางเป็นพิเศษ และเพิ่มด็อค (Dock) หรือแท่นสำหรับชาร์จและโอนย้ายไฟล์ การควบคุมยังย้ายปุ่มจากรอบ wheel มาเรียงกันที่ใต้จอแทน รุ่นที่มีคือ 10GB, 15GB, 20GB, 30GB และ 40GB
รุ่นที่สี่ 
เปิดตัววันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2004 เปลี่ยนมาใช้การควบคุมแบบ clickwheel ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงกว่า 3G เล็กน้อย มีขายสองรุ่นคือ 20GB และ 40GB ซึ่งปัจจุบัน 40GB เลิกผลิตแล้ว
รุ่นที่ห้า 
เปิดตัววันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2005 สามารถเล่นไฟล์วิดีโอ mp4 ได้ มีขนาด 30GB และ 60GB ความพิเศษคือ เป็นรุ่นที่มีสีดำด้วย และมีซองหนังแถมให้
รุ่นที่5.5
สามารถเล่นไฟล์วิดีโอ mp4 ได้ มีขนาด 30GB และ 80GB ความพิเศษคือ เป็นรุ่นที่มีสีดำ สีขาว มี รุ่น ที่ มี แบบ U2 ด้วย และมีซองหนังแถมให้
รุ่นที่หก 
เปิดตัววันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2007 มีขนาดความจุ 80GB และ 160GB ความพิเศษคือ เริ่มใช้ชื่อเรียกไอพอดแบบดั้งเดิมว่า"คลาสสิก" มีอินเตอร์เฟซแบบใหม่ ชิ้นหน้าเปลี่ยนจากพลาสติกเป็นอะโนไดซิสอะลูมิเนียม
รุ่นที่หก (ปรับปรุงเดือนกันยายน ค.ศ. 2009) มีจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวคือ รุ่น 160GB เท่านั้น

iPad mini

ไอแพด มินิ  เป็นอุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต รุ่นที่ 5 ของบริษัท แอปเปิล เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2012 ณ สำนักงานแอปเปิ้ล ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ในรุ่นนี้ มีการเปลี่ยนแปลหลายอย่างไปจาก นิวไอแพด กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและบันทึกวิดีโอระดับ 1080p ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล มีระบบปรับความสว่างและโฟกัสอัตโนมัติ และยังรองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ 4G LTE วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 นี้

iPhone 4S

ไอโฟน 4เอส (อังกฤษ: iPhone 4S) คือสมาร์ตโฟนระบบจอสัมผัสที่พัฒนาโดย บริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นรุ่นที่ห้าของ ไอโฟน ต่อมาจากรุ่น ไอโฟน 4 โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในงาน Let's talk iPhone ณ สำนักงานใหญ่แอปเปิล เมืองคูเปอร์ทิโน่ เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจาก iPhone 4 ซึ่งภายนอกมีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก โดยรุ่นนี้มีการแก้ไขปัญหาสัญญาณตกที่เกิดกับ ไอโฟน 4 ในส่วนของระบบประมวลผลได้เปลี่ยนไปใช้ชิพApple A5 แบบเดียวกับ ไอแพด 2 และมีการเพิ่มความจุในรุ่น 64GB เข้ามา

iPhone 3G


ไอโฟน 3จี (iPhone 3G) คือสมาร์ตโฟนระบบจอสัมผัสที่พัฒนาโดย บริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นรุ่นที่สองของ ไอโฟน ต่อมาจากรุ่น ไอโฟน รุ่นแรกถูกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ในงาน WWDDC 2008 ที่ Moscone Center ในเมืองSan Francisco มี 3G ที่คล้ายกันมากกับรุ่นก่อนที่มีเหมือนกันกล้อง 2 MP และการสนับสนุนสำหรับบันทึกวิดีโอ ไม่มีและประสิทธิภาพการทำงานของมันถูก จำกัด โดยเดียวกันขนาด 128 เมกะไบต์ eDRAM หน่วยความจำแต่ 3G ที่โดดเด่นการปรับปรุงหลายต้นฉบับ ที่สนับสนุนGPS แบบช่วยเหลือ, ข้อมูล 3G และ Tri - band UMTS/HSDPA
การทำงานของ iPhone 3G มีระบบปฏิบัติการของ Apple IOS ของระบบปฏิบัติการเดียวกับที่ใช้เมื่อก่อนหน้า iPhones , iPad, Apple TV, และ iPod Touch จะมีการควบคุมเป็นหลักโดยปลายนิ้วของผู้ใช้ในที่ สัมผัสหลาย แสดงซึ่งมีความไวในการติดต่อกับปลายนิ้ว
iPhone 3G ไม่ได้รับการปรับปรุงซอฟต์แวร์จาก Apple ในวันที่ 11 มีนาคม 2011 ซึ่งเป็นวัน iOS 4.3 ถูกเปิดตัวออกมา แต่ก็ไม่มีการสนับสนุน